วันจันทร์ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2554

ข้าวหอมมะลินาปรัง
ทางรอดและทางเลือก ของชาวนาสุรินทร์

ในฤดูกาลผลิตข้าวนาปรังปี ๒๕๕๒/๒๕๕๓ ข้อมูล ณ วันที่ ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๕๓ ของจังหวัดสุรินทร์ พบว่ามีพื้นที่ปลูกข้าวนาปรังถึง ๑๓๒,๗๐๔ ไร่ ซึ่งคาดว่าจะได้ผลผลิตถึง ๙๔,๙๘๔.๒๖ ตัน โดยพันธุ์ข้าวที่ปลูกส่วนใหญ่เป็นพันธุ์
๑. ปทุมธานี๑ พื้นที่ปลูก ๙๕,๐๒๙.๗๕ ไร่
๒. ข้าวพันธุ์ที่ทางราชการรับรองอื่นๆ จำนวน ๗๙,๒๓๓.๒๕ ไร่
โดยพันธุ์ข้าวที่ทางราชการรับรองส่วนใหญ่เป็นพันธุ์ข้าวชัยนาท๑ และพันธุ์อื่นๆ โดยในพันธุ์อื่นๆ นั้น จะมีข้าว กข๑๕ และขาวดอกมะลิ ๑๐๕ รวมอยู่ด้วย
จากการออกสำรวจสุ่มผลผลิตของข้าวหอมมะลิ (ประกอบด้วย กข๑๕ และขาวดอกมะลิ ๑๐๕) ในฤดูนาปรัง ช่วงตั้งแต่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ ถึง ๘ เมษายน ๒๕๕๓ ในเขตพื้นที่อำเภอชุมพลบุรี ซึ่งได้รับความร่วมมือและร่วมดำเนินงานจาก นายเพิ่ม สังข์ศักดา เกษตรอำเภอชุมพลบุรี และที่อำเภอรัตนบุรี ซึ่งได้รับความร่วมมือและร่วมปฏิบัติงานจาก นายเทอดพงษ์ แสนกล้า นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรของตำบลเบิด ในทุกๆ แปลงที่ทำการเก็บผลผลิตซึ่งสรุปผลในเบื้องต้นดังนี้
๑. อำเภอชุมพลบุรี เนื่องจากเป็นการทำนาปรังพันธุ์ข้าวหอมมะลิเป็นปีแรก ชาวนายังไม่ค่อยชำนาญเท่าใด พบว่ารายของนางสำรวย เอกสุข ชาวนาบ้านตลุง ตำบลหนองเรือ ได้ผลผลิตที่ความชื้น ๑๔% สูงถึง ๓๒๔.๒๖ กิโลกรัมต่อไร่ โดยปลูกพันธุ์ข้าว กข๑๕ คาดว่าในฤดูนาปรังหน้าทุกคนคงจะมีความชำนาญ และจัดการผลผลิตได้ดีขึ้น
๒. อำเภอรัตนบุรี ชาวนามีความชำนาญในการทำนาปรังข้าวหอมมะลิมาหลายปีแล้ว พบว่าชาวนาปลูกข้าวได้ผลผลิตสูงมาก ดังนี้
๒.๑ นางสุภัค ทำดี ชาวนาบ้านผือน้อย หมู่ ๗ ตำบลรัตนบุรี ปลูกข้าวขาวดอก
มะลิ ๑๐๕ ได้ผลผลิตที่ความชื้น ๑๔% สูงถึง ๖๖๙.๓๓ กิโลกรัมต่อไร่ โดยมีเปอร์เซ็นต์ต้นข้าว ๔๗.๗๒ และพบว่าข้าวมีความหอมมาก (อยู่ในระดับ ๓ จากการตรวจสอบความหอมจากศูนย์วิจัยข้าวปทุมธานี) (ระดับความหอมคือ ๐ = ไม่หอม, ๑ = หอมอ่อน, ๒ = หอม, ๓ = หอมมาก)
๒.๒ นายหาญ ประคองสุข ชาวนาบ้านผือน้อย หมู่ ๗ ต.รัตนบุรี ปลูกข้าวขาวดอกมะลิ ๑๐๕ ให้ผลผลิตที่ความชื้น ๑๔ % สูงถึง ๕๒๑.๑ กิโลกรัมต่อไร่ มีเปอร์เซ็นต์ต้นข้าว ๕๐.๘๓ และมีความหอมในระดับ ๓


๒.๓ นายจรัส ธรรมนาม ชาวนาบ้านผือน้อย หมู่ ๗ ต.รัตนบุรี ปลูกข้าว กข๑๕
ให้ผลผลิตที่ความชื้น ๑๔ % สูงถึง ๕๘๙.๐๖ กิโลกรัมต่อไร่ มีเปอร์เซ็นต์ต้นข้าว ๔๕.๕๔ และมีความหอมระดับ ๒
๒.๔ นางสุรพี จันทร์อ่อน ชาวนาบ้านหมกเต่า หมู่ ๘ ต.เบิด ปลูกข้าว กข๑๕ ให้ผลผลิตที่ความชื้น ๑๔ % สูงถึง ๔๙๒.๒๗ กิโลกรัมต่อไร่ มีเปอร์เซ็นต์ต้นข้าว ๕๑.๘๙
ทั้งหมดนี้เป็นส่วนหนึ่งของการออกไปสุ่มตรวจวัดผลผลิตของทั้ง ๒ อำเภอ รวม ๑๔ ราย (อำเภอชุมพลบุรี จำนวน ๖ ราย อำเภอรัตนบุรี จำนวน ๘ ราย)
๓. การทดสอบการปลูกข้าวหอมมะลิ (กข๑๕) ฤดูนาปรังภายในกรงกันนก ศูนย์วิจัยข้าวสุรินทร์ โดยมีการทดสอบ ดังนี้
๓.๑ เริ่มปลูกแบบหว่านน้ำตมครั้งแรก เมื่อวันที่ ๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ และปลูกทุก ๑๕ วัน ครั้งสุดท้ายปลูกวันที่ ๑๘ เมษายน ๒๕๕๓
๓.๒ ใช้น้ำหมักอินทรีย์ในการให้ปุ๋ยทุก ๆ ๑๐ วัน
๓.๓ ใช้อัตราเมล็ดพันธุ์ปลูก ๑๕ กก./ไร่
๓.๔ ทำการสุ่มเก็บตัวอย่างข้าว พร้อมวัดองค์ประกอบผลผลิตเช่นเดียวกับแปลงเกษตรกร
๓.๕ จากการสุ่มเก็บตัวอย่างปรากฏผลดังนี้
๓.๕.๑ ข้าวที่ปลูกเมื่อวันที่ ๑๕ มกราคม ๒๕๕๓ ให้ผลผลิตที่ความชื้น ๑๔ % ที่ ๓๗๗.๖๐ กิโลกรัม/ไร่ โดยมีเปอร์เซ็นต์ต้นข้าว ๔๖.๓๕
๓.๕.๒ ข้าวที่ปลูกเมื่อวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๓ ให้ผลผลิตที่ความชื้น ๑๔ % ที่ ๓๔๗ กิโลกรัม/ไร่ โดยมีเปอร์เซ็นต์ต้นข้าว ๕๑.๑๘
๓.๕.๓ พบว่าข้าวที่ปลูกหลังวันที่ ๑๕ มกราคม ๒๕๕๓ เป็นต้นไป คือวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ ให้ผลผลิตเพียง ๑๗๗.๒๘ กิโลกรัมต่อไร่ เปอร์เซ็นต์ต้นข้าว ๒๗.๘๙ และข้าวที่ปลูกวันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ การออกดอกระหว่างข้าวขอบแปลงและข้าวกลางแปลงจะมีระยะเวลาห่างกันมาก และข้าวจะมีจำนวนเมล็ดในรวงลีบมาก
- ข้าวที่ปลูกในวันที่ ๑ มีนาคม ๒๕๕๓ ข้าวจะออกดอกที่ขอบแปลงก่อน ส่วนกลางแปลงไม่ออกดอก เช่นเดียวกับข้าวที่ปลูกวันที่ ๑๕ มีนาคม ๒๕๕๓ พบว่าข้าวที่ปลูกวันที่ ๑ เมษายน ๒๕๕๓ และวันที่ ๑๘ เมษายน ๒๕๕๓ ข้าวเจริญเติบโตเป็นปกติเช่นเดียวกับการปลูกในฤดูนาปี
๔. การตรวจสอบทางด้านกายภาพของข้าวหอมมะลินาปรังและนาปี
จากรายงานผลสำรวจคุณภาพทางกายภาพของข้าวหอมมะลิจากแปลงเกษตรกรของกัญญา เชื้อพันธุ์ ศูนย์วิจัยข้าวปทุมธานี ในปี ๒๕๕๒ ในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ๑๐ จังหวัด รวมถึงจังหวัดสุรินทร์

ข้าวหอมมะลิของจังหวัดสุรินทร์ คุณภาพและชื่อเสียงจะกลับมายิ่งใหญ่อีกต่อไป ถ้าชาวนาและส่วนราชการที่เกี่ยวข้องให้การส่งเสริมและสนับสนุนการปลูกข้าวหอมมะลิในฤดูนาปรัง โดยพยายามลดพื้นที่ปลูกข้าวพันธุ์อื่นลง (ปทุมธานี ๑ และชัยนาท ๑) เพราะพบว่าข้าวหอมมะลิที่ชาวนาปลูกให้ผลผลิตสูงไม่ต่างจากข้าวพันธุ์อื่น เมื่อคิดผลตอบแทนต่อการปลูกใน ๑ ไร่แล้วจะให้ผลตอบแทนได้สูงกว่า ทั้งนี้การที่จะปลูกข้าวหอมมะลินาปรังให้ประสบผลสำเร็จ คือ ทำได้และทำให้ดี ต้อง
๑. น้ำดี มีพอเพียงตลอดฤดูปลูก
๒. พื้นที่ปลูกต่อรายไม่ควรมาก เพื่อสะดวกในการดูแลรักษาและจัดการโดยพื้นที่ปลูกต้องปรับให้ราบเรียบสม่ำเสมอ
๓. อัตราเมล็ดพันธุ์ที่ใช้ในการปลูกจะต้องสูงกว่าในฤดูนาปี คือ อาจต้องใช้เมล็ดพันธุ์ ๒๕ – ๓๐ กิโลกรัมต่อไร่ ทั้งนี้เพราะนาปรังต้นข้าวจะเล็ก จะต้องเพิ่มจำนวนต้นต่อพื้นที่ปลูกให้มากที่สุด
๔. การใส่ปุ๋ย ควรใส่ให้น้อยแต่บ่อยครั้ง เนื่องจากฤดูปลูกในนาปรังข้าวอยู่ในนาระยะสั้น ไม่ควรใส่ปุ๋ยครั้งเดียว อย่างน้อยควรใส่ ๒-๓ ครั้ง
๕. ต้องปล่อยน้ำออกจากแปลงนาก่อนเก็บเกี่ยวข้าว ๑๐ – ๑๕ วัน คือเมื่อข้าวเริ่มโน้มรวงเป็นแป้งแข็งแล้วให้ปล่อยน้ำออกจากนา เพื่อรักษาคุณภาพข้าว
ทั้งหลายทั้งปวง เป็นแนวทางในเบื้องต้นที่จะผลิตข้าวหอมมะลินาปรังของจังหวัด
สุรินทร์ ให้ประสบผลสำเร็จได้ ร่วมด้วย ช่วยกันครับ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น